‘วิรุตม์’ไม่หวั่นตร.แจ้งความ ท้าให้ฟ้องเลยจะรวดเร็วดี เตือนปัญหาตร.หนักหนาสาหัสเกินความรู้สึกของปชช.ไปแล้ว
‘วิรุตม์’ไม่หวั่น ผบ.ตร.สั่งแจ้งความหมิ่นประมาทองค์กรตร. ท้าให้ฟ้องเลยจะรวดเร็วดี งง!พูดตั้งแต่ 19 พ.ย.68 เพิ่งมารู้สึก ยันไม่เข้าข่ายหมิ่นเพราะไม่ได้ระบุถึงองค์กรแต่พูดว่าจะเป็น”องค์กรอาชญากรรม”หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปฏิญาณตน โรงพักไหนไม่ได้รับส่วยให้แจ้งมาจะไปกราบ ชี้ปัญหาตร.หนักหนาสาหัสเกินความรู้สึกของประชาชนไปแล้ว ดูคอมเมนต์เรื่องนี้ได้ ถามนายกฯจะจัดการกับผู้รับผิดชอบแต่ละระดับอย่างไร
สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบอำนาจให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(สป.ยธ.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 เนื่องจาก พ.ต.อ.วิรุตม์ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง Tero Digital เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2568 มีเนื้อหาบางช่วง กล่าวพาดพิงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่าเป็น “องค์กรอาชญากรรม” โดยเรียกรับผลประโยชน์หรือเก็บส่วยในหลายรูปแบบทั่วประเทศ ซึ่งทาง ตร. พิจารณาเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการใส่ความอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือและศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ ทำให้ ตร. เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงมอบหมายให้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุดต่อไป
ทางด้านพ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ให้สัมภาษณ์ Nation Online กับ ยุคล วิเศษสังข์ ถึงเรื่องโดนตร.ฟ้องว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่านี่ไม่ใช่การฟ้อง เป็นเรื่องการแจ้งความ ภาษากฎหมายเรียกว่า แจ้งความร้องทุกข์ให้สอบสวนดำเนินคดี
ถามว่าเรื่องเกิดแต่วันที่ 19 พ.ย.2568 ที่ให้สัมภาษณ์พาดพิงตร. ทำไมเพึ่งมาฟ้อง พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า ความจริวต้องถามเขานะ ว่าทำไมความีรู้สึกช้าจัง ช้าไปไหม เพราะผมอยู่เฉยๆ สิ่งที่ผมพูด ผมมั่นใจว่า คำหรือประโยคต่างๆ ที่พูดไป ไม่มีคำใดที่หมิ่นประมาทใส่ความ ผมไม่ได้ระบุถึงองค์กร และไม่มีตัวบุคคลที่เสียหายตามนัยะของกฎหมาย
แต่บิ๊กต่ายบอกว่าทำให้องค์กรเสียหาย พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า เสียก็เสียไป แต่ผมไม่ได้ระบุถึงเขา ไม่ได้ระบุถึงองค์กร ถ้าแน่จริงต้องเอาคลิปช่วงที่ผมสัมภาษณ์มาเปิดดูเลย ผมจำได้ ประมาณว่า ตอนนั้น ตำรวจปฏิญาณตน ประเด็นมาจากคุณสุรเชษฐ์ หักพาล (อดีตรองผบ.ตร.) แล้วตร.ออกมาปฏิญาณตัวหน้า บช.บก.โรงพัก เยอะแยะ แล้วก็บอกว่า เราไม่ใช่ “องค์กรอาชญากรรม” แล้วผู้ดำเนินรายการก็ถามผมในเรื่องนี้ ผมก็บอกว่า จะเป็นหรือไม่เป็น มันไม่ได้อยู่ที่คำปฏิญาณ มันอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่าเป็นหรือเปล่า
“ผมยังท้าเลยว่า 1480 สถานีทั่วประเทศ ถ้าโรงพักไหนไม่มีการเก็บส่วย ส่งส่วย ช่วยแจ้งมา ถ้าผมตรวจสอบแล้วจริง เดี๋ยวผมจะไปกราบถึงที่เลย ทั้งหมดก็ประมาณนี้ มันหมิ่นใครตรงไหน”
ผ่านมา 6 เดือนเขาเพิ่งมาแจ้งว่า พ.ต.อ.วิรุตม์ ไปมีอะไรกับพบ.ต่ายหรือไม่ พ.ต.อ. วิรุตม์ กล่าวว่า ความรู้สึกเขาช้ามั๊ง ผมไม่ได้มีอะไรกับเขาหรอก ผมก็ด่าอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว เราไม่ได้ด่าเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน การให้ความเห็นทางกฎหมายอะไรไป ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ผมเป็นคนพูดตรงไปตรงมา ผมไม่อ้อมค้อม และไม่กลัวใครโกรธ
จะมองได้ไหมว่าพ.ต.อ.วิรุตม์ ยังคงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจต่อเนื่องก็เลยต้อง ให้หยุดด้วยการดำเนินคดี พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า อันนี้ก็มีนัยยะอยู่ เมื่อก่อนคนอาจจะไม่ดูผมมาก ระยะหลัง คนจะมาติดตามเยอะขึ้นๆ มีผลต่อสังคมมากขึ้นๆ คุณกิตติ์รัฐ อาจจะไม่ได้ตัดสินใจคนเดียวหรอก ก็จะมีตำรวจผู้ใหญ่ที่บอกว่า เฮ้ย มันต้องเอาบ้าง ประมาณนื้ เป็นการหยุดยั้ง ผลคดีจะเป็นอย่างไรก็ไม่สนใจ ก็เหมือนทุกกรณี คุณสุรเชษฐ์ ก็โดน ทั้งที่คำพูดเขาก็ไม่ได้หมิ่นประมาทอะไร
หลังจากนี้ตจะยังคงวิจารณ์องค์กรตำรวต่อไปหรือไม่ พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า แน่นอนครับ เป็นเรื่องที่ต้องทำต่อ คุณก็วิจาณ์ด้วยสิ ปล่อยให้ผมวิจารณ์อยู่คนเดียว (หัวเราะ) เมื่อกี้ก็คุยเรื่องตำรวจมือจก คุณไตรรงค์ (พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผช.ผบ.ตร.) ก็ไม่ตอบให้เคลียร์ จริงๆ ผมอยากคุยเรื่องนี้ ว่าความจริงการกระทำเป็นความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงไหม ถ้าเป็นประพฤติชั่วร้ายแรงต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อน และดำเนินคดีอาญา
เมื่อสักครู่โฆษกตร.บอกว่าต้องไปดูข้อเท็จจริงก่อน พ.ต.อ. วิรุตม์ กล่าว่า การประพฤติชั่วร้ายแรงไม่ใช่อยู่ที่ใครจะพูด อยู่ที่วิญญูชน ถึงเป็นประชาชนธรรม การกระทำอาาจารก็มีโทษปรับ แต่คุณเป็นเจ้าหนักงาน เป็นตำรวจ ทำอนาจาร แต่ตอนนี้เขาบอกว่าไม่ได้ทำ เพียงแต่มือลั่นไปโดน ก็ว่ากันไป
เขาบอกว่าชี้สั่งอาหาร พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้น น้องเขาก็แจ้งความเท็จสิ แน่จริงก็สรุปสำนวน สั่งไม่ฟ้องสิ เชื่อเขาไหมล่ะ ว่าเป็นการชี้สั่งอาหาร ที่สำคัญการเป็นเจ้าพนักงานมันเป็นวินัยร้ายแรง ต้องมีโทษไล่ออก ปลดออก ตรงนี้ที่เขากลัว เขาไม่กลัวโทษอาญาหรอก อย่างดีไปถึงศาลก็มีโทษปรับ แต่เขากลัวถูกไล่ออก แต่ผู้บังคับบัญชา ก็ไม่พูดกันให้ชัดเจนเรื่องนี้ว่าโทษอะไร อ้ำ อึ้งๆ กัน
สรุปไม่ได้สะทกสะท้านอะไรแม้ผบ.ตร.มอบหมายให้บิ๊กเต่าไปแจ้งความยังเดินหน้าวิจารณ์การทำงานของตำรวจต่อไป เลขาธิการสป.ยธ. กล่าวว่า แน่อน อันนี้เป็นสูตรของเขาที่แจ้งความ แน่จริงผมท้าให้เขาไปฟ้อง จะได้ไต่สวนมูลฟ้อง จะได้เร็วๆ ด้วย จะได้รู้เรื่องรู้ราว รู้แล้วรู้รอดไปเลย ใครหมิ่นใคร อย่างไร แจ้งเท็จหรือเปล่า ไม่กลัวหรอก
“เรื่องปัญหาตำรวจ มันหนักหนาสาหัส จนเกิดความรู้สึกของประชาชนไปแล้ว คุณดูคอมเมนต์ เกี่ยวกับเรื่องนี้สิ ในแต่ละคลิปที่พูดถึงเรื่องที่ผมโดนฟ้อง โดนแจ้งความ ผมว่ามันแย่มากเลย”
สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงผบ.ตร. บ้าง พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า ความจริงเขาก็ไม่ใช่คนที่อะไรนักหนา ยังดีกว่าคนที่ผ่านมาหลายๆคน เพียงแต่การตัดสินใจไปแจ้งความ ผ่านความเห็นทางกฎหมายของสำนักกฎหมาย คณะทำงาน คณะกรรมการ ในตร. เพื่อให้เห็นว่าไม่ได้ตัดสินใจเอง แต่การตัดสินใจ การมอบอำนาจ เป็นความรับผิดชอบเองนะ
“ผมเรียนตรงๆ ถ้าคนมีความรู้ความเข้าใจทางกฎหมายจะไม่กล้าไปดำเนินคดีผมหรอก เพราะมันไม่มีประเด็น องค์กรอาชญากรรม ผมพูดตรงไหนล่ะ ลองไปดูคลิป ถ้ามันชัดก็ไม่ละล้าละลังหรอก คงตีลังกาดูแล้ว เอายังไง กับมันดีว่ะ ประมาณนี้ ถึงล่าช้ามา 6 เดือน ก็ฟ้องตรงเลยดีกว่า”
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่ตำรวจไม่ว่าระดับใดไปแจ้งความให้ไปจับคนโน้น คนนี้ โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้บังคับบัญชา ผมว่ามันเป็นเรืองที่มีปัญหานะ แล้วคนที่ถูกแจ้งความเขาจะได้รับความเป็นธรรมหรือ เขาจะกล้าบอกว่า มันไม่ผิดหรอก คุณมาแจ้งความมั่ว ก็เป็นปัญกาทางกฎหมาย เขาก็บอกว่ากฎหมายไม่ได้ห้าม แต่เรื่องนี้กลับไปทบทวนกันให้ดี ทั้งคนมอบอำนาจ รับมอบอำนาจ มันทำถูกต้องไหม ก็ว่าไปเถอะ
“แต่ฝากไว้ว่า ปัญหาตำรวจมันหนักหนาสาหัสจริงๆ เวลานี้ ปัญหาตำรวจไม่รับแจ้งความ ไม่รับคำร้องทุกข์ เยอะแยะมากมาย นายกฯจะแก้ปัญหาอย่างไร ก็ไม่เคยเห็นพูด ยังไม่ต้องพูดถึงการปฏิรูป จัดการคนรับผิดชอบแต่ละระดับก่อน ” พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว

