ผู้ว่าฯ กทม.ขอแค่ ‘รถลื่นไหล’ ‘ตำรวจเลิกกดไฟ’ ‘ไม่มีรถจอดผิดกฎหมาย’ ‘รถเมล์เข้าป้ายได้’ ก็หรูแล้ว!
ผู้ว่าฯ กทม.ขอแค่ ‘รถลื่นไหล’ ‘ตำรวจเลิกกดไฟ’ ‘ไม่มีรถจอดผิดกฎหมาย’ ‘รถเมล์เข้าป้ายได้’ ก็หรูแล้ว!
พันตำรวจเอกวิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร
ระยะนี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ละคนต่างหาเสียงกันโขมงโฉงเฉงว่ามีโครงการอย่างนั้นอย่างนี้จะทำให้คนกรุงมีชีวิตที่ดีขึ้นสารพัดมากมาย โดยหวังจะได้คะแนนเสียงจากประชาชนเลือกให้เป็นผู้ว่าราชการบริหารเมืองใหญ่ให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ!
แต่หารู้ไม่ว่าหากได้รับเลือกไปแล้วพวกเขาทุกคนจะไม่สามารถแก้ปัญหาของเมืองและประชาชนคนกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริงตามที่พูดเลย!
สาเหตุสำคัญเป็นเพราะผู้ว่าราชการประเทศไทยทุกจังหวัดรวมทั้ง กทม. ล้วนแต่ ‘ไร้เอกภาพการบังคับบัญชา’ ไม่มีอำนาจควบคุมและสั่งการหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ให้ทำงานตามนโยบายหรือแม้แต่ให้รักษากฎหมายตามหน้าที่ของตนได้เช่นเดียวกับผู้ว่าราชการเมืองในประเทศที่เจริญทั่วโลก
เอาแค่ปัญหาง่ายๆ รถเมล์จอดเข้าป้ายไม่ได้ เพราะมีรถอื่นโดยเฉพาะรถอาเฮียอาเสี่ยขาใหญ่ต่างๆ จอดขวาง ผู้คนลูกเด็กเล็กแดงต้องไปขึ้นรถโดยสารกันกลางถนนอยู่ทุกวันนี้ ผู้ว่าฯ กทม.ทุกคนที่ผ่านมาไม่ว่าจะ ‘แข็งแกร่ง’ แค่ไหน ก็ไม่เคยมีใครแก้ปัญหาได้!
ส่วนคนที่สมัครใหม่จะมีวิธีจัดการอย่างไร ช่วยบอกหน่อยได้ไหม?
การไปเที่ยวเดินยกมือไหว้ขอให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและ ผกก.หัวหน้าสถานี ช่วยทำงานโน่นนี่หรือแม้กระทั่งให้ช่วยรักษากฎหมายตามหน้าที่ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จยั่งยืนได้อย่างแท้จริงเลย!
นอกจากนี้ยังมีปัญหารถบรรทุกผิดกฎหมายทำลายถนนและทำดิน หิน ตกหล่นสร้างมลภาวะ อีกทั้งแหล่งอบายมุข บ่อนพนันและสถานบริการมากมายที่ ‘จ่ายส่วย’ รายเดือนให้ตำรวจผู้ใหญ่ เป็นสาเหตุสำคัญของอาชญากรรมร้ายและยาเสพติด ทำให้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ไม่ปลอดภัย ทั้งที่ออกจากบ้านไปไหนก็เจอแต่ ‘ด่านตรวจ’ ตามถนนหนทางแทบทุกสาย!
แต่เมื่อเกิดเหตุร้ายมีผู้เสียหายไปแจ้งความ ตำรวจก็ไม่ยอมสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายให้ง่ายๆ ส่งผลทำให้อาชญากรร้ายเดินลอยนวลอยู่มากมาย!
ผู้สมัครแต่ละคนจะแก้ปัญหาพื้นฐานของเมืองเหล่านี้อย่างไร?
ถ้าบอกว่าไม่ใช่หน้าที่และไม่มีอำนาจควบคุมสั่งการเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบคนใดให้แก้จัดการปัญหาได้
ก็ควรบอกต่อไปว่า รัฐบาลต้องทำอย่างไร เช่น ให้แก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าฯ กทม.มีอำนาจสั่งหัวหน้าหน่วยงานที่จำเป็นเหล่านี้ได้
แม้กระทั่งให้ตราพระราชกฤษฎีกาโอนตำรวจจราจรและกองบัญชาการตำรวจนครบาลไปสังกัด กทม. เช่นเดียวกับประเทศที่เจริญทั่วโลก ที่ตำรวจนอกจากต้องทำงานตามกฎหมายแล้ว ก็ต้องตอบสนองนโยบายของผู้ว่าราชการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนหรือแม้กระทั่งแต่งตั้งด้วย
ไม่ใช่แต่ละคนหาเสียงกันโขมงโฉงเฉงว่าถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ แล้วจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่แท้จริงไม่มีอำนาจสั่งการหน่วยงานใดให้ทำงานตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้เลย
ทุกวันนี้ประชาชนจึงต้องประสบกับปัญหาการจราจรที่แสนติดขัดชุลมุนวุ่นวาย รถเมล์เข้าจอดป้ายไม่ได้ มีตำรวจนั่งกดไฟเขียวไฟแดงแทนระบบอัตโนมัติที่ กทม.ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้
รวมทั้งปัญหาพื้นฐานของเมืองอีกมากมายที่ผู้ว่าฯ อธิบายว่าไม่ใช่หน้าที่และไม่มีอำนาจจัดการแก้ไขอะไรให้ประชาชนได้เช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้!.

ที่มา : นสพ.ไทยโพสต์ คอลัมน์ เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ : ฉบับวันที่ 8 มิ.ย. 2569

