ผู้ว่าฯ ‘ไร้ดาบ’ ปราบบ่อน-อบายมุข ‘ผู้มีอิทธิพล’ ไม่ได้!
ผู้ว่าฯ ‘ไร้ดาบ’ ปราบบ่อน-อบายมุข ‘ผู้มีอิทธิพล’ ไม่ได้!
พันตำรวจเอกวิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร
ระยะนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสัญญาณเอาจริงกับปัญหาการทุจริตของข้าราชการหน่วยงานต่างๆ หลังจากประชาชนด่ากันขรมว่าแทบทุกหน่วย ‘รับส่วยสินบน’ กันมากมายตลอดมา ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติสุดระอา!
โดยได้มีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจพร้อมกันที่ทำเนียบรัฐบาล มอบนโยบายและบอกให้ทำงานปราบทุจริตและผู้มีอิทธิพลกระทำผิดกฎหมายแหล่งอบายมุขร่วมกันเมื่อสามวันที่ผ่านมา?
อันที่จริงนายกฯ ไม่ต้องเรียกผู้บังคับการตำรวจมาประชุมด้วยก็ได้ ทำให้เสียเงินเสียเวลาโดยไม่จำเป็น เพียงบอกผู้ว่าราชการจังหวัดไปว่า ถ้า ผบก.ตำรวจจังหวัดไหนหรือตำรวจหน่วยใดไม่ทำงานสนองนโยบาย ไม่ทำหน้าที่หรือมีพฤติการณ์ไม่น่าไว้ใจ ปล่อยให้มีผู้มีอิทธิพลและอบายมุขผิดกฎหมาย ให้รายงานผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทยมา ถ้าตรวจสอบแล้วเป็นจริงจะจัดการสั่งสำรองราชการให้ทันที!
นายกฯ พูดเพียงแค่นี้ รับรองว่าวันรุ่งขึ้นบ่อนพนันและแหล่งอบายมุขทุกชนิดที่เป็นสาเหตุสำคัญของอาชญากรรมและยาเสพติดทั่วประเทศจะถูกตำรวจสั่งปิดลงทันที
โดยนายกรัฐมนตรีไม่ต้องเสียเวลาสั่งให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรืออธิบดีกรมการปกครองนำกำลัง อส.ไปทำหน้าที่แทนตำรวจกัน โดยมีผู้บัญชาการตำรวจต่างๆ ทั้งพื้นที่และหน่วยพิเศษมากมายไว้คอยนั่งมองกรมการปกครองทำงานแทนตน ประชาชนเห็นกันจนชินตามานานกว่าสิบปีจนกระทั่งทุกวันนี้!
นอกจากนั้นบ่อนพนันและสถานบริการผิดกฎหมายที่กรมการปกครองไปสืบจับได้ที่ใด นั่นหมายความว่าได้กระทำผิดกฎหมายสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและสังคมมานานระยะหนึ่งแล้วทั้งสิ้น!
อย่างกรณีที่เมื่อสองวันก่อนกรมการปกครองไปจับบ่อนใหญ่ในจังหวัดสมุทรปราการ ถ้านายกฯ สั่งหัวหน้าหน่วยตำรวจทุกระดับตั้งแต่หัวหน้าสถานีไปจนถึงผู้บัญชาการ ‘สำรองราชการ’ แทนการสั่ง ‘เด้ง’ ไปปฏิบัติงานที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจ (ศปก.) หรือ ‘ศูนย์รวมตำรวจมีปัญหา’ เช่นที่ผ่านมา รับรองว่าบ่อนพนันและอบายมุขผิดกฎหมายในประเทศไทยที่มีอยู่มากมาย ทำรายได้สร้างความร่ำรวยให้ตำรวจผู้ใหญ่จะหายไปทันที 99 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนั้นก็ต้องเร่งออกกฎกระทรวงมหาดไทยให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ มีอำนาจสอบสวนความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ร.บ.สถานบริการ และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เพื่อให้สามารถจับผู้กระทำความผิดแล้วดำเนินการสอบสวนส่งให้อัยการฟ้องศาลเองได้
ไม่ต้องส่งให้ตำรวจพนักงานสอบสวนซึ่งไม่รู้จะทำสำนวนตามสั่งของตำรวจผู้ใหญ่ออกมาอย่างไร จะเป็น ‘นิยายสอบสวน’ ตัดตอนหลักฐานเพื่อไม่ให้สืบสาวถึง ‘ตัวการ’ และ ‘ตำรวจรับส่วย’ อย่างที่เป็นเช่นทุกวันนี้หรือไม่?
รวมไปถึงต้องสั่งให้ ผบ.ตร.ปฏิบัติตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยในเรื่องการตรวจสอบควบคุมการสอบสวนในกรณีที่ผู้ว่าฯ และนายอำเภอมีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนที่ประชาชนร้องเรียนหรือมีปัญหามาตรวจสอบ หรือควบคุมก็ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อขจัดความเดือดร้อนของประชาชนจากการสอบสวนที่ไม่เป็นธรรม หรือการดำเนินคดีที่ไม่มีความคืบหน้าด้วย!
นอกจากนั้นในระยะยาวก็ต้องแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 54 ที่บัญญัติให้ ‘ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด มีอำนาจปกครองบังคับบัญชาข้าราชการทุกหน่วยในจังหวัด’
โดยเพิ่มเติม ‘ให้มีอำนาจเสนอความเห็นไปยังต้นสังกัดของข้าราชการทุกหน่วยในการแต่งตั้งโยกย้าย หรือให้ไปปฏิบัติราชการที่อื่นได้โดยให้หัวหน้าส่วนราชการมีหน้าที่ปฏิบัติตามการเสนอของผู้ว่าราชการจังหวัดภายในสิบห้าวัน’
เป็นการมอบ ‘ดาบอาญาสิทธิ์’ ให้ผู้ว่าฯ ไม่ว่าจะมาจากการแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง มีอำนาจปกครองบังคับบัญชาข้าราชการทุกหน่วยในจังหวัดได้อย่างแท้จริง
ไม่ใช่ปล่อยผู้ว่าราชการจังหวัดประเทศไทย ‘ไร้ดาบ’ ถูกนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมสั่งให้ปราบโน่นปราบนี่ที่ไม่เคยมีความสำเร็จแท้จริงแต่อย่างใด!
เพราะปัจจุบันผู้ว่าฯ สั่งข้าราชการหน่วยงานใดไม่ได้
โดยเฉพาะผู้บังคับการตำรวจจังหวัดที่ปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่เข้าร่วมประชุมประจำเดือนกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดที่มีผู้ว่าฯ เป็นประธาน แม้ผู้ว่าฯ แสนจะอึดอัดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้!.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ คอลัมน์ เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ: ฉบับวันที่ 25 พ.ค. 2569

