คุม ‘พกปืนผิดกฎหมาย’ เจ้าพนักงานต้อง ใช้ ‘ปืนราชการ’ ปืนส่วนตัวให้เก็บไว้บ้าน
คุม ‘พกปืนผิดกฎหมาย’ เจ้าพนักงานต้อง ใช้ ‘ปืนราชการ’ ปืนส่วนตัวให้เก็บไว้บ้าน
พันตำรวจเอกวิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร
นับเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องดีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เห็นปัญหาการมีและใช้อาวุธปืนทั้งของประชาชนและเจ้าพนักงานรัฐทุกฝ่าย ไม่ว่าจะถูกกระตุ้นด้วยเหตุการณ์ร้ายจากการใช้อาวุธปืนไล่ยิงครูและเพื่อนจำนวนมากตาย โดยนักเรียนชายโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อายุ 14 หรือไม่ก็ตาม
โดยนายกฯ ได้ไปพูดในหลายที่ว่า ต้องควบคุมการมีและใช้อาวุธปืนในประเทศนี้ซึ่งมีอยู่มากมายทั้งถูกและผิดกฎหมายรวมกว่าสิบล้านกระบอก หรืออาจมากกว่านั้น ถ้านับอาวุธปืนเถื่อนหรือการครอบครองผิดมือไปจากที่นายทะเบียนอนุญาตด้วย!
ในเบื้องต้นได้บอกว่ามีนโยบายไม่ออกใบอนุญาตพกพาให้ใครมาหลายแล้วปี ฉะนั้น ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครที่พกพากันอยู่เวลานี้ ล้วนไม่มีใบอนุญาตและผิดกฎหมายทั้งสิ้น!
ส่วนเจ้าพนักงานรัฐทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหาร สามารถพกได้เฉพาะเมื่ออยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ พ.ร.บ.อาวุธปืน มาตรา 8 ทวิ บัญญัติไว้เท่านั้น
แต่ก็ยังมี ‘คนโง่’ และ ‘รั้น’ พูดกันว่า ข้าราชการตำรวจทุกคนไม่ว่าอยู่หน่วยใดหรือมีหน้าที่อะไร มีสิทธิพกปืนโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตได้ตลอดเวลา เพราะมีหน้าที่รักษากฎหมาย 24 ชั่วโมงทั่วไทยตามที่ พ.ร.บ.ตำรวจบัญญัติไว้!
ซึ่งถ้านายกฯ ปล่อยให้ตำรวจเข้าใจกันมั่วๆ และไม่เคารพกฎหมายเช่นนั้น ปัญหาประชาชนพกปืนผิดกฎหมาย จะไม่มีทางแก้ไขได้อย่างแท้จริงเลย
ส่วนการมีและครอบครองของประชาชนทั่วไปนายกฯ ก็บอกว่า ก็จะต้องแก้ไขกฎหมายให้การอนุญาตกระทำได้ยากและมีเงื่อนไขมากขึ้น
โครงการ ‘ปืนสวัสดิการ’ ข้าราชการไม่ว่าหน่วยใดที่ได้กลายเป็น ‘ช่องทางหาเงิน’ และเป็น ‘อาวุธสังหาร’ ประชาชนกันมานานหลายสิบปี มีตำรวจผู้ใหญ่ร่ำรวยไปจากโครงการปืนสวัสดิการมากมาย นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ระงับไว้ทั้งหมด!
ปัญหาการพกปืนผิดกฎหมายของประชาชนทั้งคนดีและคนร้ายที่พกกันไปในทางหรือที่สาธารณะมากมาย และเป็นสาเหตุสำคัญของการก่ออาชญากรรมร้ายอยู่ทุกวันนี้ แม้นายกรัฐมนตรีจะบอกว่ามีนโยบายไม่ออกใบอนุญาตพกพาให้ใคร
แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีประชาชนพกพาผิดกฎหมายกันอยู่มากมายโดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการ ตำรวจและทหาร สาเหตุเป็นเพราะส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่ารัฐจะคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินให้เขาและครอบครัวได้
รวมทั้งคนมีเงินหรือมีอำนาจก็ไม่กลัวการถูกจับ เพราะคิดว่า ‘เคลียร์หน้างานได้’ คือเมื่อถูกตรวจพบ ก็บอกว่าเป็นข้าราชการผู้ใหญ่หรือต่อสายหาคนนั้นคนนี้ หรือไม่ก็จ่ายเงินสดที่เตรียมไว้ให้ตำรวจที่ตรวจพบทันที!
วิธีแก้ไขไม่ให้คนดีพกปืนแท้จริงก็คือ รัฐบาลจะต้องทำให้ทุกคนมั่นใจว่าเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ สามารถคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้เขาและครอบครัวได้
เมื่อแจ้งเหตุหรือภัยร้ายอะไรที่อาจเกิดขึ้นได้ ตำรวจต้องมาถึงที่เกิดเหตุและคุ้มครองความปลอดภัยให้ในเวลาอันรวดเร็ว
ใช้เวลาไม่เกินสองนาทีในทุกพื้นที่!
นอกจากนั้นการสอบสวนคดีอาญาต่างๆ ก็ต้องเป็นไปด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ไม่มีใครสามารถ ‘วิ่งคดี’ หรือ ‘ล้มคดี’ รวมทั้ง ‘ดองคดี’ ได้ ไม่ว่าโทษจะหนักหรือเบาเพียงใด
ไม่ปล่อยให้ผู้คนเกิดความคับแค้นใจและหันไปใช้อาวุธปืนแสวงหาความยุติธรรมนอกกฎหมาย ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของอาชญากรรมร้ายฆ่าคนตายกันมากมายอยู่ทุกวันนี้!
นอกจากเพิ่มโทษจำคุกคนพกปืนผิดกฎหมายให้หนักขึ้นแล้ว เจ้าพนักงานรัฐทุกฝ่ายก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืนกับประชาชนกันด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพและเสมอภาคกันแท้จริงด้วย
นายกรัฐมนตรีต้องออกกฎกระทรวงมหาดไทยให้กรมการปกครอง ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ มีอำนาจสอบสวนความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน คู่ขนานไปกับตำรวจ เป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจซึ่งกันและกัน
นอกจากนั้นที่สำคัญก็ต้องควบคุม ‘เจ้าพนักงานรัฐ’ ทุกฝ่ายให้ใช้เฉพาะปืนที่ทางราชการจัดให้ในการปฏิบัติหน้าที่
ไม่หลงไปกับคำพูดโกหกลวงโลกของตำรวจผู้ใหญ่ว่า ‘ปืนราชการมีไม่พอ’ ซึ่งใช้ได้ผลในการนำไปสู่โครงการ ‘ปืนสวัสดิการแห่งความตาย’ ของประชาชนตลอดมา!
ส่วนอาวุธปืนส่วนตัวของแต่ละคนที่มีให้เก็บไว้บ้านเช่นเดียวกับการครอบครองอาวุธปืนของประชาชนทุกคน.

ที่มา : นสพ.ไทยโพสต์ คอลัมน์ เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ : ฉบับวันที่ 17 ส.ค. 2569

