‘ส่วนแบ่งปีศาจ’ ‘ปรับมากได้มาก’ ผู้คนไม่อยากจ่าย เลยใช้วิธีอุบาทว์!
‘ส่วนแบ่งปีศาจ’ ‘ปรับมากได้มาก’ ผู้คนไม่อยากจ่าย เลยใช้วิธีอุบาทว์!
พันตำรวจเอกวิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร
ระยะนี้มีประเด็นที่ประชาชนทั้งประเทศโดยเฉพาะผู้ขับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ก่นด่าและวิจารณ์องค์กรตำรวจกันมาก
ทั้งเรื่องการตั้งด่านกีดขวางทางหลวงก่อความเดือดร้อนรำคาญและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยไม่มีผู้มีอำนาจคนใดเห็นว่าเป็นปัญหาและคิดแก้ไขจัดการแต่อย่างใด?
ไปจนเรื่องที่ ผบ.ตร.ได้ทำข้อตกลงกับอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้ระงับการออกหลักฐานการจ่ายภาษีใช้รถประจำปีฉบับจริงให้ผู้ที่ยังไม่ได้ ‘จ่ายค่าปรับ’ ความผิดตามกฎหมายจราจรข้อหาต่างๆ ที่ค้างชำระให้เรียบร้อยเสียก่อน
โดยจะออก ฉบับชั่วคราว ให้นำไปติดกระจกหน้ารถ ใช้ได้ในระยะเวลาเพียงสามสิบวัน!
หลังจากนั้น หากใครยังไม่ไปจ่ายเพื่อทำให้ได้แผ่นป้ายฉบับจริง จะมีความผิดข้อหา ‘ไม่ติดแผ่นป้ายการจ่ายภาษีประจำปี’ ตำรวจจราจรมีอำนาจออกใบสั่งข้อหานี้ได้!เรื่องนี้ตำรวจผู้ใหญ่อ้างว่า เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมายจราจรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 14/2560 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2560
ไม่ได้มีเจตนาหาเงินจาก ‘ส่วนแบ่งค่าปรับ’ ตาม ‘ข้อบังคับกระทรวงการคลัง’ ปี 2546 ซึ่งออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการจ่ายของรัฐโดยไม่ได้มีกฎหมายใดรองรับให้ทำได้ตามที่ พ.ร.บ.เงินคงคลัง พ.ศ.2491 บัญญัติเป็นหลักอันมั่นคงไว้!
ซ้ำในความเป็นจริงตำรวจผู้ใหญ่ทั้ง ผบก.และ ผบช.พื้นที่เป็นคนได้มากที่สุดในรูปของเงิน ‘ส่งส่วย’ จนหลายคนร่ำรวยเป็นเศรษฐีกันมานานหลายสิบปี เป็นที่รู้กันดีในวงการตำรวจ!
เรื่องนี้ได้สร้างความรู้สึกปวดร้าวใจให้กับประชาชนอย่างยิ่ง ที่กรมการขนส่งทางบกได้กลายเป็น ‘เครื่องมือรีดค่าปรับ’ ให้กับตำรวจผู้ใหญ่ที่ต้องการใช้วิธีนี้บีบประชาชนมานานหลายปีและมีการดำเนินการตามคำสั่ง คสช.กันอยู่ระยะหนึ่ง
จนกระทั่งมีคนไปฟ้องต่อศาลปกครองว่าเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย และศาลปกครองสูงสุดก็ได้วินิจฉัยว่ากรมการขนส่งทางบกไม่มีอำนาจทำเช่นนั้น เพราะเป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวกัน และขัดต่อหลักความยุติธรรม!
หลังจากนั้น ตำรวจแห่งชาติก็ได้ไปแก้ไขแบบใบสั่งให้มีรายละเอียดและเงื่อนไขในการปฏิบัติเพิ่มมากขึ้นตามที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยไว้
แต่ก็ยังคงเดินหน้าทำข้อตกลงกับกรมการขนส่งทางบกให้ระงับการออกหลักฐานการชำระภาษีการใช้รถประจำปีฉบับจริงให้กับผู้ที่มีใบสั่งค้างจ่ายอยู่ตามคำสั่ง คสช. ต่อไป!
ซึ่งไม่มีใครรู้ว่ากรมการขนส่งทางบกมีเหตุผลอะไรในการยอมปฏิบัติที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลปกครองซึ่งเคยวินิจฉัยไว้ในประเด็นนี้
เป็นที่มาให้ อดีต สส.วัชระ เพชรทอง ไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ดำเนินการส่งประเด็นปัญหาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 14/2560 ที่ให้อำนาจตำรวจกับกรมการขนส่งทางบกทำข้อตกลงในการดำเนินการเช่นนี้ ขัดต่อ ‘หลักนิติธรรม’ ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หรือไม่?
เรื่องนี้นับเป็นเรื่องใหญ่และจะเกิดความวุ่นวายอย่างยิ่ง หากกรมการขนส่งทางบกไม่ออกหลักฐานการจ่ายภาษีฉบับจริงให้ประชาชน ผู้ค้างจ่ายค่าปรับตามที่ได้ทำข้อตกลงกับตำรวจแห่งชาติไว้ และได้ถูกตำรวจจราจรออกใบสั่งข้อหานี้กันมากมาย!
ยิ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่ง คสช.ที่ 14/2560 ในเรื่องนี้ ไม่มีความชอบธรรมตามหลักความยุติธรรมที่จะนำมาใช้บังคับกับประชาชนได้
ความวุ่นวายก็จะยิ่งเกิดตามมามากมายสร้างความเสียหายทั้งต่อชาติและประชาชน ผู้คนจะก่นด่า ‘กรมการขนส่งทางบก’ เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า!.

ที่มา : นสพ.ไทยโพสต์ คอลัมน์ เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ : ฉบับวันที่ 14 ก.ย. 2569

