‘วิรุตม์’ สวนกลับ ‘อนุทิน’ ชี้เหตุเด็กกราดยิงสะสมความคับแค้นไร้ที่พึ่ง แนะทางแก้ไม่ใช่ควบคุมปืน ต้องควบคุมตร.ให้รักษากฎหมาย
‘วิรุตม์’ สวนกลับ ‘อนุทิน’ ชี้ต้นเหตุนักเรียนกราดยิงไม่ใช่เฉพาะเรื่องอาวุธปืนหาง่าย แต่เด็กสะสมความแค้นเมื่อไปแจ้งครูให้จัดการก็ไม่มีการดำเนินการให้คนที่รังแกเข็ดหลาบเมื่อสิ้นหวังจึงใช้ปืนแก้ปัญหา แนะทางแก้ไม่ใช่การควบคุมอาวุธปืน ต้องควบคุมตำรวจให้ทำหน้าที่รักษากฎหมาย ให้ปชช.มีที่พึ่ง
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีเด็กนักเรียนชายอายุ 14 ใช้อาวุธปืนพกของปู่บุกยิงครูและนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม9คนทั้งปู่-ย่าและบาดเจ็บอีกกว่า20รายเป็นข่าวที่เศร้าสลดและดังไปทั่วโลก ว่า สาเหตุปัญหาแท้จริงไม่ใช่เฉพาะเรื่องอาวุธปืนหาง่ายอย่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าใจและบอกว่าจะต้องแก้ไขกฎหมายแต่อย่างใด หากเป็นเพราะว่าเด็กสะสมความคับแค้นใจจากการกระทำผิดกฎหมายโดยนักเรียนรุ่นพี่และเพื่อนผู้มีกำลังเหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นการถูกดูหมิ่นรังแกกรรโชกทรัพย์หรือแม้กระทั่งการทำร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวเอาไว้ในห้องน้ำตามที่เพื่อนนักเรียนด้วยกันบอกเล่า
“และเมื่อพยายามไปแจ้งครูให้จัดการ ก็ไม่ได้มีการดำเนินการตามกฎหมายหรือทางการปกครองให้คนที่รังแกเข็ดหลาบยุติการกระทำอะไร อาจเพราะครูรู้ดีว่าไปแจ้งความตำรวจก็คงไม่ทำอะไรให้ เรื่องนี้มีข้อมูลเป็นแชทข้อความที่ระบายกับแม่เอาไว้ซึ่งไม่น่าจะมีใครทำปลอมขึ้นมา จึงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องให้นักวิชาการหรือนักอาชญวิทยามานั่งวิเคราะห์วิแคะอะไรกันให้เสียเวลาเข้าป่าเข้าพงทำให้สังคมหลงทางแต่อย่างใด?”
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า การถูกข่มเหงรังแกมาอย่างต่อเนื่องทั้งทางจิตใจและร่างกายครั้งแล้วครั้งเล่าโดยที่ไม่มีใครแก้ปัญหาให้เขาได้ ทำให้เด็กผู้ก่อเหตุเกิดความคับแค้นใจสะสมตัวมากขึ้นจนถึงจุดที่รู้สึกสิ้นหวัง จำต้องตัดสินใจใช้อาวุธปืนแก้ปัญหา วางแผนเป็นขั้นตอนอย่างเย็นใจ ไล่ยิงทั้งนักเรียนและครูที่ตนคิดว่าเป็นศัตรูและต้นเหตุของความอยุติธรรม ซึ่งปัจจุบันประชาชนคนไทยที่เป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดอาญามากมายก็ตกอยู่ในสภาพคับแค้นใจไม่ต่างจากนักเรียนคนนี้ คือเมื่อมีความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำความผิดอาญาก็ ‘ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร’ เพราะเมื่อไปแจ้งความกับตำรวจ ก็ทำกันเพียง ‘ลงบันทึกประวันเป็นหลักฐาน’ ไว้ ไม่ได้มีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจนถึงที่สุด ติดคุกติดตะรางกันแต่อย่างใด
“ทำให้ผู้เสียหายโดยเฉพาะคนยากจน ‘เกิดความคับแค้นใจ’ โดยบางคนก็อาจใช้วิธีฆ่าตัวตายหรือไม่ก็พยายามหาอาวุธปืนมายิงผู้กระทำผิดกฎหมายให้หายแค้นใจ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบเป็นปกติในสังคมไทย ทำให้คนดีๆ กลายเป็นคนร้ายถูกสังคมประณามหยามเหยียดว่าเป็นคนจิตใจอำมหิตไปก็มากมาย”
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวด้วยว่า ทางแก้ไขจึงไม่ใช่เรื่องการควบคุมอาวุธปืน ด้วยการตั้งด่านตรวจค้นประชาชนหรือกวดขันการพกพาตรวจอาวุธกันหน้าโรงเรียนเป็นหลัก แต่รัฐบาลต้องควบคุมตำรวจให้ทำหน้าที่รักษากฎหมาย โดยเฉพาะการสอบสวนให้กระทำกันด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพ ใครทำผิดก็ต้องรีบรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีทำให้ประชาชนมีที่พึ่ง ไม่ต้องใช้ปืนแก้ปัญหาหรือบางคนก็ฆ่าตัวตายไปด้วยความคับแค้นใจกันเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

