‘ไอ้ป๋อง’ ก่ออาชญากรรมต่อเนื่องได้ เพราะเป็น ‘คนขายยา’ หาเงินให้ตำรวจ!
‘ไอ้ป๋อง’ ก่ออาชญากรรมต่อเนื่องได้ เพราะเป็น ‘คนขายยา’ หาเงินให้ตำรวจ!
พันตำรวจเอกวิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร
กรณีที่เกิดคดีอุกฉกรรจ์ในจังหวัดชลบุรี มีแก๊งฆาตกรต่อเนื่อง 5 คน นำโดย ‘นายป๋อง’ แต่งกายและใช้อุปกรณ์แสดงตัวเป็นตำรวจบุกเข้าบ้านคน จับตัวบุคคลทั้งไทยและเด็กหญิง-ชายชาวต่างชาติรัสเซียไปข่มขืนชิงทรัพย์แล้วฆ่าฝังดินอำพรางศพอย่างอำมหิตเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีต้องไปดูที่เกิดเหตุด้วยตัวเองนั้น!
มีผู้คนจำนวนมากเรียกร้องให้นำ ‘โทษประหารชีวิต’ มาใช้เพื่อให้ฆาตกรผู้มีจิตใจโหดร้ายจะได้ตายตกไปตามกัน ป้องกันปัญหาคนติดคุกออกมาแล้วกระทำความผิดซ้ำอีก
เรื่องโทษความผิดคดีนี้ก็เป็นไปตามที่กฎหมายอาญา มาตรา 289 บัญญัติไว้คือ ประหารชีวิตสถานเดียวอยู่แล้ว!
แต่เมื่อผู้กระทำผิดรับสารภาพให้การเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดี ศาลก็มีหลักในการลดโทษลงกึ่งหนึ่ง เป็นจำคุกตลอดชีวิต และน่าจะติดจริงประมาณ 20 ปี พ้นโทษออกมาก็คงหมดสภาพทางร่างกาย ไม่มีความสามารถในการก่ออาชญากรรมอะไรได้ อีกทั้งสภาพแวดล้อมรอบตัวก็เปลี่ยนแปลงไป
การประหารชีวิตจริงจึงไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องกระทำตามที่ผู้คนจำนวนหนึ่งเรียกร้อง เพื่อการป้องกันอาชญากรรม เพราะคิดว่าจะทำให้อาชญากรหวาดกลัวกันหัวหดไม่กล้ากระทำผิดกฎหมายอีกต่อไป
ในความเป็นจริงประเทศส่วนใหญ่ในโลกที่ไม่มีโทษประหาร เขากลับสามารถควบคุมอาชญากรรมได้ดี ไม่มีแก๊ง ‘ซ่องโจร’ และ ‘อั้งยี่’ ทั้งประเภทมีและไม่มีเครื่องแบบสารพัดมากมายเท่าประเทศไทย
เพราะกฎหมายเขามีความศักดิ์สิทธิ์ ตำรวจไม่สามารถ ‘เป่าคดี’ หรือ ‘ล้มคดี’ กันได้แสนง่ายเหมือนการสอบสวนของไทย เรื่องตำรวจกระทำผิดเสียเองทั้งอาญาและวินัยถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นความชั่วร้ายที่รัฐบาลต้องจัดการให้พ้นจากความเป็นตำรวจไปทันที ไม่มีการปกปิดเอาไว้
ประเด็นปัญหาที่เลวร้ายในเรื่องนี้ก็คือ กรณีที่มีพยานบุคคลยืนยันว่านายป๋องเป็นคน ‘ค้ายา’ และ ‘ทำงาน’ ให้ตำรวจ เคยเห็นพฤติกรรมเช่นนั้นกับตา ทำให้ได้รับความคุ้มครอง ไปไหนมาไหนพกปืนห้อยบัตรคล้ายตำรวจได้ ไม่มีใครตรวจตราจับกุมอะไร ผู้คนต่างหวาดกลัวกันทั่วไป!
ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วนายป๋องได้ก่ออาชญากรรมมาทั้งหมดกี่คดีกี่ครั้ง ทั้งก่อนติดคุกครั้งสุดท้าย รวมทั้งเมื่อได้รับการปล่อยตัวออกมาเป็นเวลาสองเดือน
เพราะไม่มีใครกล้าไปแจ้งความร้องทุกข์ตามกฎหมายให้ตำรวจสอบสวนดำเนินคดีตามความเป็นจริง เนื่องจากทุกคนกริ่งเกรงไม่มั่นใจทั้งต่อตำรวจและความปลอดภัยของตนเองรวมทั้งครอบครัว
เรื่องนี้ ผบ.ตร.กลับให้สัมภาษณ์สื่อว่า ‘ยังไม่มีข้อมูลอะไร’!
แล้วประจักษ์พยานผู้ที่เคยเป็นเมียเขาอยู่ระยะหนึ่งออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ เป็นเรื่องที่เชื่อถือ ใช้เป็นหลักฐานประกอบการสืบสอบดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยกับตำรวจคนนั้นกันไม่ได้หรืออย่างไร?
ตำรวจคนใดในอำเภอหรือจังหวัดชลบุรีเป็นผู้ที่นำยาเสพติดไปให้นายป๋องจำหน่าย สืบหาได้แสนง่ายถ้าหาก ผบ.ตร. จริงใจ ไม่ต้องการปกปิดความชั่วนี้เอาไว้เพื่อให้องค์กรได้อยู่รอดแบบ ‘ผีดิบ’ ต่อไป!
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ กรณีที่มีญาติพี่น้องของคนไทย 3 คนถูกฆ่า แต่ว่าได้หายไปพร้อมรถยนต์จากบ้านพักอาศัยอย่างผิดปกติ ทำให้ไปแจ้งความกับตำรวจสถานีท้องที่ให้ช่วยสืบหาด้วยความร้อนใจ
แต่เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนไม่เคยได้รับแจ้งความคืบหน้าในการพยายามสืบหาอะไรจากตำรวจไม่ว่าหน่วยหรือระดับใดเลย!
จนกระทั่งถึงวันพบศพเด็กหญิง-ชายชาวรัสเซีย นำไปสู่ข้อมูลและหลักฐานเรื่อง 3 ศพคนไทยที่หายไป และในที่สุดก็ถูกนายป๋องกับพวกฆ่าฝังดินด้วยเช่นกัน?
ปัญหาเรื่อง ‘คนหาย’ ที่ญาติพี่น้องไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนไว้ แต่ปรากฏว่าเวลาผ่านไปถึงหนึ่งเดือน กลับไม่ได้ดำเนินการสืบสอบหาพยานหลักฐานอะไรตามกฎหมายเลย จนกระทั่งพบศพโดยบังเอิญจากการสอบสวนคดีอื่น!
เป็นเรื่องที่สร้างความสิ้นหวัง เจ็บปวดขมขื่นและคับแค้นใจให้ญาติพี่น้องและประชาชนคนไทยทั้งประเทศอย่างยิ่ง!.

ที่มา : นสพ.ไทยโพสต์ คอลัมน์ เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ : ฉบับวันที่ 3 ส.ค. 2569

