เปิดคำแถลงนโยบายครม.อนุทิน 2 ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย

 

คำแถลงนโยบายของ คณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภา  วันที่ ๙-๑๐ เมษายน ๒๕๖๙

 

ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย

 

๒๐ . ราชการทันใจ มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่“ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเร่งพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ และผลักดันการเปิดเผยข้อมูลเปิดของภาครัฐ ปรับกระบวนการทำงานของภาครัฐให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างทันท่วงที โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ซึ่งเป็นระบบหลัก (Super license) ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน ๑๘๐ วัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การดำรงชีวิตและการประกอบธุรกิจ ลดต้นทุนและภาระแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ อันจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม และเร่งเสนอร่างชุดกฎหมาย (omnibus law) เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันต่อสภาผู้แทนราษฎรให้มีผลบังคับใช้ภายใน ๑ ปี

 

๒๑ . การปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการปรับบทบาท ภารกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานให้ชัดเจน ลดภารกิจที่ซ้ำซ้อน จัดทำมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดและมาตรการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เปลี่ยนบทบาทภาครัฐเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” ให้เหลือบทบาท “ผู้ควบคุม”เพียงเท่าที่จำเป็น ควบคู่กับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ Work from Anywhere เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัลควบคู่กับปรับระบบประเมินผลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก รวมถึงเป็นการประเมินที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนดำเนินการลดรายจ่ายของภาครัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง อาทิ การลงทุนในสิ่งปลูกสร้างที่ไม่จำเป็น การศึกษาดูงานต่างประเทศ

 

            ๒๒ . การพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น

 

๒๒.๑ ทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายลำดับรองที่กำหนดกระบวนงานและขั้นตอนต่าง ๆ จำนวนกว่าเจ็ดพันฉบับ ซึ่งสร้างภาระงบประมาณและภาระแก่ประชาชน โดยจะลดกระบวนงานและขั้นตอนที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุดและสามารถให้บริการแก่ประชาชนด้วยดิจิทัลมากที่สุด ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็นอันเป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชันด้วย

 

๒๒.๒ เร่งยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น อาทิ กฎหมายเลื่อยโซ่ยนต์ กฎหมายควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง กฎหมายความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

 

๒๒.๓ ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับการค้าทางดิจิทัล กฎหมายว่าด้วยโรงแรมเพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน การแก้ไขหรือออกกฎหมายหรือมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้หน่วยงานของรัฐจัดเก็บข้อมูลที่มีโครงสร้างและสามารถอ่านได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (Machine Readable) และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถใช้ AIวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อยกระดับการบริหารงานภาครัฐภายใต้การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ที่เคร่งครัด ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลสามารถทำหน้าที่สนับสนุน การขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดทำกฎหมายเพื่อนำภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสังคมกลับเข้าเข้าสู่งบประมาณแผ่นดินเพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง

 

๒๒.๔ แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ไม่คำนึงถึงราคาต่ำสุดอย่างเดียว และสนับสนุนการเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การจ้างงานและการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ เพิ่มมาตรการจัดการกับคู่สัญญาของภาครัฐที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งส่งเสริมการใช้วัสดุครุภัณฑ์ที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมในประเทศ ตลอดจนแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเป็นสมาชิกของ OECD

 

๒๒.๕ การเสนอกฎหมายใหม่ที่จะจัดทำขึ้น รัฐบาลจะกำหนดให้หน่วยงานของรัฐผู้เสนอกฎหมายใหม่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากกฎหมายใหม่อย่างจริงจังว่าจะนำไปสู่การทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นและมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถใน การแข่งขันของผู้ประกอบการและประเทศในภาพรวม คุ้มค่า รวมถึงได้สัดส่วนกับงบประมาณ ที่ต้องใช้ในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ตลอดจนต้องจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องที่ครอบคลุม เพื่อให้กฎหมายที่ตราขึ้นจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเพียงเท่าที่จำเป็นและไม่เป็นภาระแก่คนดีที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอีกต่อไป

 

๒๒.๖ กำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาทบทวน ปรับปรุง และเสนอร่างกฎหมาย ในกรณีร่างกฎหมายว่าด้วยการเงินที่มีการรับฟังความคิดเห็นในหลักการและ ร่างกฎหมายครบถ้วนแล้ว รัฐบาลมีนโยบายที่จะเสนอผลการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับหลักการต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๖๐ วัน

 

๒๓. แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยกำหนดมาตรการ ทางจริยธรรมและประพฤติมิชอบเพื่อให้ปลอดจากการทุจริต ปฏิรูประบบกระบวนการอนุมัติ อนุญาต ให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนและดุลพินิจที่ไม่จำเป็น รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลสาธารณะให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของ OECD บูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐ เชื่อมข้อมูลขนาดใหญ่และใช้ AI เป็นเครื่องมือตรวจจับและประมวลผล เพื่อลดโอกาสและ  ความเสี่ยงของการเกิดทุจริต ตลอดจนกำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยมีตัวชี้วัดที่ระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยให้ปรับตัวดีขึ้น

 

About The Author