‘ตำรวจ’ ใช้ ‘หมายค้น’ เข้าปล้นบ้านประชาชนจะป้องกันอย่างไร!
‘ตำรวจ’ ใช้ ‘หมายค้น’ เข้าปล้นบ้านประชาชนจะป้องกันอย่างไร!
พันตำรวจเอกวิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร
ปัจจุบันปัญหาตำรวจสารพัด นับวันจะหนักหนาสาหัสสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมากยิ่งขึ้นทุกวัน โดยที่ไม่มีใครคิดแก้ไขจัดการอะไรอย่างจริงจังแต่อย่างใด?
เพราะนับแต่รัฐบาลได้แยกกรมตำรวจออกจากกระทรวงมหาดไทยไปเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ตำรวจก็มีฐานะคล้ายองค์กรอิสระที่ไร้การตรวจสอบจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง ทั้งงานตำรวจและการสอบสวน!
แม้แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ในอดีตเคยมีอำนาจปกครองให้คุณให้โทษตำรวจได้ ปัจจุบันก็กลายเป็นเพียง ‘หน่วยงานข้างเคียง’!
แม้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน จะบัญญัติให้ผู้ว่าฯ เป็นหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัด มีอำนาจปกครองบังคับบัญชาข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรมได้
แต่เมื่อกฎหมายไม่ได้บัญญัติอำนาจให้คุณให้โทษอะไรไว้ จึงทำให้ไม่มีใครสนใจฟังคำสั่งผู้ว่าฯ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะตำรวจ
ปัญหาตำรวจสารพัดที่เกิดขึ้นในจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดประเทศไทยสามารถทำได้เพียงการประสานงาน และขอความกรุณาผู้บังคับการตำรวจให้ทำหรือแก้ปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งน่าจะมีไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ผู้ว่าฯ ไม่สามารถจัดการปัญหาต่างๆ และสั่งงานควบคุมตำรวจในจังหวัดได้
กระทรวงมหาดไทยในปัจจุบันที่ยังคงใช้คำขวัญดั้งเดิมว่า‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’ รัฐมนตรีจึงควรเปลี่ยนเสียใหม่เพื่อให้ตรงกับความเป็นจริงที่ไม่สามารถ ‘บำบัดทุกข์’ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ทำหน้าที่รักษากฎหมายหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบของตำรวจให้ประชาชนได้!
อย่างในกรณี ‘ร้อยตำรวจเอกโจร’ สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอศาลให้ออกหมายค้น แล้วนำพวก 9 คนเข้าปล้นกัญชาและเงินจากบ้านประชาชนในจังหวัดปทุมธานีนั้น
ปัญหาคือ ตำรวจกลุ่มนี้ได้ใช้วิธีการนี้ในการปล้นประชาชนมาแล้วนานเท่าใด ทำมาแล้วกี่ราย? และข้อเท็จจริงยังมีอีกมากมายที่มีพฤติกรรมในทำนองเดียวกัน!
ผู้บังคับบัญชาทุกระดับนับตั้งแต่ ผบ.ตร.โดยเฉพาะพวกที่สื่อเรียกกันว่าเป็น ‘ตำรวจนักสืบ’ หรือ ‘มือปราบ’ สารพัดฉายา พวกเขาไม่รู้บ้างหรือว่าตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ละคนที่อยู่ในความปกครองของตนมีพฤติกรรมอย่างไร?
ทำไมยังปล่อยให้คนพวกนี้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจค้นและจับกุมประชาชนกันเช่นนี้ มีอะไรเป็นสิ่ง ‘บังตา’ หรือว่าแท้จริงล้วนเป็นพวกเดียวกัน!
ส่วนคำแนะนำต่อประชาชนในการระวังตัวไม่ให้ถูกตำรวจ ‘ปล้น’ ไม่ว่าจากการตั้งด่าน ขอตรวจค้น ตรวจฉี่ หรืออ้างว่ามีหมายค้นจากศาลนั้น
ที่สำคัญคือต้องตรวจสอบหมายและถ่ายภาพถ่ายคลิปทั้งตัวหมายค้นและบัตรประจำตัวตำรวจและผู้ที่มาด้วยทุกคน รวมทั้งทะเบียนรถยนต์เป็นหลักฐานไว้
ถ้าตำรวจคนใดไม่แสดงหมายให้ถ่ายภาพได้ ถือว่า ‘ไม่ใช่ตำรวจผู้มีอำนาจในการปฏิบัติตามหมาย’ ประชาชนไม่ต้องยินยอมให้ตรวจค้น
การใช้อำนาจโดยพลการในการเข้าค้นโดยไม่แสดงตนและหมายให้ผู้ครอบครองบ้านถ่ายภาพเป็นหลักฐานได้ ถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทุกคนมีสิทธิใช้กำลังและอาวุธป้องกันตัวและทรัพย์สินของตนและผู้อื่นได้ตามสมควรแก่เหตุ.

cr : รูปปก ข่าวช่อง8
ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ คอลัมน์ เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ: ฉบับวันที่ 16 ก.พ. 2569

